| 12 ขั้นตอน สู่การฝึกซ้อมดนตรีให้ดีขึ้น |
|
|
|
| Written by DestinY 17TH | |
| Sunday, 06 July 2008 14:56 | |
|
12 ขั้นตอน สู่การฝึกซ้อมดนตรีให้ดีขึ้น โดย Mat Marucci
ช่วงเวลาในเเต่ละชั่วโมงของการซ้อมกลองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาฝีมือของตนเองอย่างมาก โชคร้ายที่คนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง หรือฝึกไม่ถูกวิธี แก่นสารในการฝึกซ้อมที่ดีนั้น ควรฝึกให้ถูกต้องอย่างสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่าหลักใหญ่ ๆ ของการซ้อมดนตรีที่ดีนั้นมีอะไรบ้าง
1. Perfection ทุก ๆ เทคนิคที่ฝึก ควรคำนึงถึงความถูกต้องสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหล่านี้รวมไปถึงตำแหน่งของมือ การจับไม้กลอง การเคลื่อนไหวของข้อมือ หากฝึกผิดวิธี จะนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ถูกต้อง
2. Improvement การฝึกในแต่ละครั้งนั้นควรฝึกอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน ที่ท้าทายความสามารถ ของคุณ ได้แก่การฝึก rudiment หรือ เพลงใหม่ หรือแบบฝึกใหม่ ๆ รวมถึงสามารถเปลี่ยนแปลงความเร็วของแบบฝึกหัดเดิม ๆ ที่เคยฝึก อาจจะช้าลง หรือเร็วขึ้นกว่าที่เคยทำ กับความคิดนี้ตำราแบบฝึกหัดเดิม ๆ อาจสามารถนำมาเป็นทรัพยากรในการฝึกเพื่อพัฒนาความสามารถให้ดีขึ้นได้
3. Musicality จุดประสงค์ของการเล่นเครื่องดนตรีแต่ล่ะชิ้นนั้นคือการเล่น “ดนตรี” และสามารถเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นได้ การฝึก rudiment หรือเทคนิคใหม่ ๆ ควรคิดว่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในการเล่นกับเพลงได้อย่างไร
4. Practice Time ระยะเวลาในการฝึกซ้อม ขึ้นอยู่กับตัวของแต่ล่ะบุคคลเช่น ผู้เริ่มต้นเรียนกลองอาจใช้เวลาฝึกซ้อม 30 นาที ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อวัน แต่หลังจากปีแรกผ่านไปก็ควรใช้เวลาฝึกซ้อมเพิ่มขึ้นถึงวันละ2 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยโดยเรียนในด้านดนตรีโดยตรง ก็อาจจะใช้เวลาฝึกซ้อมถึงวันละ 2 ถึง 4 ชั่วโมง และสุดท้าย ผู้ที่เล่นดนตรีอาชีพก็อาจจะใช้เวลาฝึกซ้อมนานถึงวันละ 8 ชั่วโมง เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อแต่ละคนมีความรับผิดชอบเรื่องงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้น และทำให้มีเวลาในการฝึกซ้อมลดลงอย่างไรก็ตามเมื่อมีโอกาส ควรได้มีการฝึกซ้อมเป็นประจำทุกวัน ตลอดระยะเวลาของการเป็นนักดนตรีอาชีพ แต่เมื่อพูดถึงเรื่องของระยะเวลาในการฝึกซ้อมในการซ้อมดนตรีที่ยืดเยื้อเป็นเวลานานๆ ก็อาจเป็นเหตุให้เกิดอาการ Carpal Tunnel Syndrome ได้ การหลีกเลี่ยงปัญหานี้ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้พัก 5 นาทีในระหว่างการซ้อมทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง คือซ้อม 25 นาที พัก 5 นาที ตลอดระยะเวลาของการฝึกซ้อมแต่ละครั้ง
12 ขั้นตอนในการซ้อมกลอง
1. ให้ระวังตำแหน่งในการจับไม้กลอง เพราะเป็นปัญหาส่วนใหญ่ของผู้ที่เล่นกลองทุกคนทั้งผู้ที่เริ่มเรียนจนถึงผู้ที่เล่นอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการจับไม้แบบใด Match grip หรือ Traditional ก็ควรจับให้ถูกวิธี เพราะว่าการจับไม้แบบผิด ๆ อาจทำให้การพัฒนาด้านทักษะมีข้อจำกัด ในทางกลับกันหากจับไม้ถูกวิธี ก็จะให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น เร็วขึ้น
2.ต้องใจจดใจจ่อมีสมาธิอยู่กับการเคลื่อนไหวของไม้กลองในขณะตีเพราะจะทำให้การเล่นของคุณนั้นลื่นไหลและทำให้การเล่น Stroke มีความคมชัดมากขึ้น
3.ระดับความสูงของไม้กลองในข้อนี้แตกต่างจากข้อสองเพราะว่าข้อนี้หมายถึงความสูงในขณะที่คุณยกไม้เพื่อที่จะตีกลอง และไม่ว่าจะเป็นมุม 90 หรือ 45 องศา หรือมุมระหว่างนั้น สำคัญมากที่หลังจากจังหวะตกนั้น ไม้กลองทั้ง 2 ข้างต้องกลับมาอยู่ในความสูงระดับเดียวกันและ การยกไม้กลองขึ้นในขณะที่จะตี มือทั้ง 2 ข้างควรยกขึ้นในความสูงที่เท่า ๆ กัน เพื่อให้การกระเด้งกลับของไม้กลองเท่ากัน ไม่ควรยกไม้สูงในขณะตีเพราะจะทำให้การเคลื่อนไหวของมือนั้นช้า การใส่ใจกับรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้สามารถพัฒนาการเล่นให้ดีขึ้นได้
4. การตีกดลงบนหนังกลอง สามารถทำได้หากว่าได้เรียนรู้เทคนิคนี้แล้ว มีมือกลองจำนวนมากชอบตีหนัก ๆและมักจะตีกดลงบนหนังกลองแทนที่จะปล่อยให้ไม้กระเด้งกลับอย่างเป็นธรรมชาติ การที่ไม้เด้งกลับโดยไม่กดค้างบนหนังกลองจะทำให้ได้เสียงที่สะท้อนก้องกังวานคมและชัดเจนขึ้น และทุกครั้งที่ตีกลองให้คิดเสมอว่าเวลาตีอย่ากดไม้กลองค้างไว้บนหนังกลอง ควรจะปล่อยให้ไม้เด้งเป็นธรรมชาติ โดยครูบางท่านได้อธิบายการกระทำดังกล่าวว่า “ดึงเสียงออกจากกลอง” วิธีนี้จะทำให้ได้เสียงที่สมบูรณ์และได้ความเร็วในการตีเพิ่มขึ้น
5. การฝึกในเรื่องของ Rudiments มีความจำเป็นต้องหมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ Rudiments นั้นเป็นเสมือนกับตัวอักษรที่สร้างคำศัพท์แต่ละคำขึ้นมา ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึงการตีกลอง หากคุณฝึก Rudiment เพียงสัปดาห์ละ 1 แบบ คุณจะสามารถเรียนรู้ทั้งหมด 26 แบบได้ภายใน 6 เดือน
6. การฝึกซ้อมกับเครื่องตั้งจังหวะ (Metronome) ตรงกันข้ามกับบางความคิดเห็นที่ว่า การซ้อมกับเครื่องตั้งจังหวะ metronome จะทำให้การตีกลองแข็งกระด้าง ซึ่งไม่เป็นเช่นนั้น ความจริงการฝึกซ้อมกับ metronome จะทำให้จังหวะแม่นยำและมั่นคง ควรใช้ในการฝึกซ้อมที่ความเร็วแตกต่างกัน ไม่ว่าช้าหรือเร็ว
7. ฝึกซ้อมอยู่เสมอ ๆ ให้เป็นนิสัย เป็นที่ทราบกันว่าแต่ละคนต้องมีงานที่ต้องรับผิดชอบและมีเวลาว่างไม่มาก แต่อย่างน้อยควรได้มีการฝึกซ้อมวันละ 10 – 20 นาที สำหรับการฝึกหรือวอร์มอัพเป็นประจำ
8. ซ้อมในสิ่งที่แตกต่างกันใน 1 สัปดาห์ วิธีนี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีเวลาซ้อมไม่มาก โดยวันแรกอาจจะซ้อมหนักในเรื่องของข้อมือ วันถัดมาฝึกเรื่องของการแยกประสาท ถัดมาฝึกเรื่องการอ่านโน๊ต ถัดมาซ้อมเรื่อง Rudiments และให้แน่ใจว่าได้พยายามคิดหาลูกเล่นอะไรใหม่ ๆ ฝึกอยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงแค่ซ้อมไปวัน ๆ ในเรื่องนี้ ครูผู้สอนบางท่านแนะนำให้ฝึกเล่นตอนท้ายของการฝึกในแต่ละครั้ง แต่โดยส่วนตัวผมเองคิดว่าน่าจะดีกว่าถ้าเราฝึกในต้นชั่วโมงเพราะจะช่วยในเรื่องของการ warm up และเป็นการเตรียมตัวในสิ่งที่เรากำลังจะซ้อมตามแผนที่วางไว้แล้ว ซึ่งในข้อนี้จะช่วยได้มากสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการซ้อมมากนัก
9.ควรจะใช้ไม้กลองคู่เดียวกับที่ใช้ในการซ้อมในการแสดงหรือออกทัวร์เล่นคอนเสิร์ตเพราะทำให้เรารู้น้ำหนักและควบคุมสำเนียงได้ดี แต่ก็จะเป็นการดีที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อยในการฝึกซ้อมสำหรับลองใช้ไม้ที่มีน้ำหนักแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นไม้ที่หนักขึ้น หรือ เบาลง เพราะจะช่วยในเรื่องของกล้ามเนื่อ ข้อมือและความยืดหยุ่นของข้อมือได้อีกด้วย
10. ศึกษาการจับไม้กลองทั้ง 2 แบบ ทั้ง Traditional และ Match grip โดยปกติถ้าคุณจับไม้กลองแบบใดก็ควรฝึกจับอีกแบบด้วย เพราะแต่ละแบบมีข้อดีที่ต่างกัน คือ การจับแบบ Traditional จะช่วยในเรื่องของความแข็งแรงของนิ้วมือและความคล่องตัวของแขน ส่วน Match Grip จะช่วยในเรื่องของพลังในการตีและข้อมือ โดยทั้ง 2 แบบนั้นไม่มีแบบใดผิดหรือถูก ผู้เล่นควรเลือกเล่นในแบบที่ตนถนัดจะดีที่สุด
11. ทำในสิ่งที่ท้าทายตนเอง ฝึกซ้อมสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น Rudiment ตำราใหม่ หรือจังหวะใหม่
12. พยายามทำให้สมบูรณ์แบบ ไม่มีเหตุผลถ้าจะเสียเวลาฝึกซ้อมอย่างหนักแบบผิด ๆ หรือทำในสิ่งที่ง่ายเกินไปเพราะจะทำให้ฝีมือคุณไม่ก้าวกระโดดและอาจหยุดชะงักลงได้
ประวัติของ Mat Marucci
Mat marucci เป็นมือกลองเเละเป็นผู้เขียนหนังสือให้กับทาง Lewis Music เเละสำนักพิมพ์ Mel Bay โดยมีผลงานในด้านการเขียนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร Modern drummer และ Downbeat Magazine รวมไปถึงเรื่องหรือหัวข้อของ percussion อีกด้วย Mat เป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่ American River College เเละ The Jazzschool ซึ่งทั้งสองที่ อยู่ในรัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีผลงานในด้านดนตรีอีกมากมายเช่นการอัดเสียงที่เป็น album ของตัวเองถึง 8 อัลบัม ซึ่งก็ได้รับ feedback ที่ดีเเละเเสดงร่วมกับศิลปินเเจ๊สชื่อดังคนอื่นๆอีกมากมาย อาทื เช่น Jimmy smith, Kenny Burrel, James Moody, Eddie Harris, Buddy De Franco ฯลฯ
แปลและสรุปโดย petch_bds ที่มา MODERN DRUMMER , MAY 2008
|
|
| Last Updated ( Saturday, 12 July 2008 07:42 ) |